Archive | ชีวิต RSS for this section

ไหว้พระสวดมนต์ แบบไฮเทค‏

เชิญทุกท่านไหว้พระตอนเช้าก่อนทำงานหรือก่อนนอนสะดวกดีมากมีทุกวัดเลย บทสวดก็มีครบครัน อนุโมทนาให้คนทำด้วย ชื่นชมชื่นชอบเลยแนะนำให้พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ที่รักทุกคนทำใจให้สงบสติเกิดปัญญามีทั้งก่อนเริ่มงาน และนอนหลับสบายค่ะ

 

* กรุณาอ่านคำแนะนำก่อนกราบนมัสการนะคะ

1. เลือกพระพุทธรูป หรือจะเลือกพระประจำจังหวัด + ชื่อวัดที่ประสงค์จะกราบนมัสการ

2. เลือกดอกไม้ แล้วคลิ๊กลากไปวางไว้ที่แจกันซ้าย-ขวาค่ะ

3. คลิ๊กที่ตัวแจกันแต่ละอันอีกที เพื่อลบรอยก้านดอกไม้

4. จุดธูปเทียน แล้วตั้งจิตอธิษฐาน

5. คลิ๊กแผ่นทองคำเปลวที่วางอยู่ใกล้กระถางธูป จากนั้นลากไปปิดที่องค์พระฯ ตรงจุดที่ต้องการนะคะ

6. เลือกเสียงบทสวดมนต์ประกอบการกราบนมัสการได้ตามประสงค์ พร้อมแล้ว..เชิญคลิ๊ก…….ที่นี่ค่ะ

http://www.polyboon.com/worship/inside/waipra.html

ขออนุโมทนา..บุญรักษาให้โชคดี..มีความสุขมาก ๆ..สุขภาพแข็งแรง..อย่าเจ็บอย่าจน..นะคะ

เวลา “งอน”… คุณมีอาการ แบบนี้หรือเปล่า?

“โรคงอน” เป็นโรคระบาดที่ร้ายแรง ติดต่ออย่างรวดเร็ว ขยายตัวเป็นวงกว้างในแนวราบ ยังไม่พบวัคซีนหรือยารักษา ผู้ป่วยมีอาการ “หน้างอ”

บางรายที่อาการหนัก . . . จะมีอาการหน้าดำ แทรกซ้อนด้วย หูแข็งฟังอะไร ขัดหูขัดใจไปหมด ตาขวาง น้ำลายไหลเล็กน้อยพองาม (. . .จริงอ่ะ)

ยังไม่พบหลักฐานที่แน่นอน ว่าผู้ใดนำเชื้อมาปล่อย โรคนี้ส่งผลให้อุณหภูมิร่างกายสูง มือไม้สั่น ผู้ป่วยที่อาการหนัก . . . อาจถึงขั้นชักดิ้นชักงอ

การปฐมพยาบาลเบื้องต้น . . . ควรสังเกตอาการผู้ป่วย ว่างอนอยู่ในระดับไหน ถ้างอนน้อย ๆ ให้รีบง้อ

วิธีการรักษา . . . ผู้พบเห็นทั่วไป ควรเอาใจใส่ ต่อผู้ที่ติดเชื้อในระยะเริ่มแรก จะทำให้อาการไม่ลุกลาม และสามารถรักษาหายได้

สำหรับผู้ป่วยที่อาการหนัก ผู้ง้อ ควรได้รับการฝึกสอน และเป็นผู้ชำนาญการง้อเป็นพิเศษ เพราะผู้ป่วยจิตใจอ่อนแอ . . . เปราะบางแตกหักง่ายเอาใจใส่เป็นพิเศษ

หลังได้รับการรักษา . . . ผู้ป่วยที่หายแล้ว ยังสามารถอาการกำเริบได้ทุกเวลา ผู้ใกล้ชิดต้องให้ความรักและความเข้าใจ หากความรักและความเข้าใจลดน้อยลงเมื่อไหร่ . . อาการงอนจะกำเริบ

หมายเหตุ . . . พบมากในกลุ่มคนที่มีความสวย และความน่ารัก สำหรับผู้ไม่สวยและไม่น่ารัก . . . จะเรียกอาการเดียวกันนี้ว่า “น่าเบื่อ น่ารำคาญ” จะปล่อยไปตามยถากรรม (โอ้…) ไม่มีการปฐมพยาบาลใด ๆ ทั้งสิ้น . . . จนกว่า อาการจะหาย

นั่งรถตรงไหนปลอดภัยที่สุด

นั่งรถเก๋งที่เบาะหลังตรงกลางปลอดภัยที่สุด รองลงมาคือ ที่นั่งด้านหลังทางซ้าย (หลังคนนั่งข้างคนขับ)เพราะตามสถิติอุบัติเหตุจะเกิดทางด้านหน้า และด้านคนขับมากกว่า

และหากมีคนนั่งรถไปกับคุณด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น จะลดอันตรายจากอุบัติเหตุการชนด้านหน้ารถลงไปด้วย…

 

ที่มา : The Seattle Times, November 11, 2001

(ข้อมูลจาก http://www.thaihealth.or.th/th/index_th.php )

อาหารต้านมะเร็ง 5 ประการเพื่อการป้องกัน

1. รับประทานผักตระกูลกะหล่ำให้มาก เช่น กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก ผักคะน้า หัวผักกาด บรอคโคลี่ ฯลฯ เพื่อป้องกัน โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ลำไส้ส่วนปลาย กระเพาะอาหาร และอวัยวะระบบทางเดินหายใจ

2. รับประทานอาหารที่มีกากมาก เช่น ผัก ผลไม้ ข้าว ข้าวโพด และเมล็ดธัญพืชอื่น ๆ

เพื่อป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

3. รับประทานอาหารที่มีเบต้าแคโรทีน และไวตามินเอสูง เช่น ผัก ผลไม้สีเขียว-เหลือง เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร กล่องเสียง และปอดำ

4. รับประทานอาหารที่มีไวตามินซีสูงเช่น ผัก ผลไม้ต่างๆ เพื่อป้องกันมะเร็งหลอดอาหาร และกระเพาะอาหาร

5. ควบคุมน้ำหนักตัว..โรคอ้วนมีความสัมพันธ์กับโรคมะเร็ง เช่น มดลูก ถุงน้ำดี เต้านม และลำไส้ใหญ่

วิธีชะลอความแก่ 7 ประการ

เรื่องความชราที่มาเยือนนั้นเป็นไปตามวัยก็จริง แต่หนุ่มสาวสมัยนี้กลับ ‘แก่ก่อนวัย’

ถึงเป็นที่มาของความเชื่อที่ว่า ‘ทุกอย่างนั้นอยู่ที่ใจ’

 

เคล็ดลับเหล่านี้ได้จาก น.พ.พันธ์ศักดิ์ ศุกระฤกษ์

สูตินารีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

๑.ต้องไม่อยากแก่…ต้องตั้งใจคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวเอาไว้ และต้องปฏิบัติควบคู่ไปทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ

๒.มีใจเป็นหนุ่มสาว..คือ รักอิสระ มองโลกในแง่ดีและที่สำคัญมีความหวังเสมอ หรือการคบเพื่อนที่อายุน้อยกว่าก็เป็นวิธีการที่ดี

๓.ลดความเครียด…เลิกเอาคิ้วผูกโบได้แล้ว ลองยิ้มให้มากขึ้น ถ้าไม่รู้จะยิ้มอย่างไรก็ลองยิ้มกับกระจกเงาที่บ้านดูสิ

๔.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ…ออกกำลังกายอย่างน้อย 15 นาทีจะดี

๕.กินอาหารต้านชรา…พยายามเลือกอาหารที่มีประโยชน์กับร่างกาย เช่น พืชผักผลไม้ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ

๖.นอนหลับเพียงพอ…เราควรจะนอนให้เพียงพอกับร่างกายที่ดีที่สุดควรนอนก่อนสี่ทุ่มจะดีที่สุด

๗.ความรัก…ความรักเท่านั้นที่จะช่วยให้คนสดชื่น กระชุ่มกระชวย ทั้งความรักของคนหรือสัตว์ ก็จะช่วยให้เราหัวใจเบิกบาน

ถึงเธอไม่รู้จักผม แต่ผมยังรู้ว่าเธอเป็นใคร?

เรื่่องราวดีๆ ทีอยากแบ่งปันกันค่ะ

ถึงเธอไม่รู้จักผม แต่ผมยังรู้ว่าเธอเป็นใคร?

มันเป็นตอนเช้าเวลาประมาณ 08.30 น. ที่วุ่นวายเอาการเมื่อสุภาพบุรุษสูงอายุท่านหนึ่งในวัย 80 กว่า

มารับบริการแพทย์ตัดไหมจากแผลที่หัวแม่มือ และบอกว่าขอให้รีบหน่อยเพราะมีนัดตอน 09.00 น. เมื่อผมตรวจร่างกายตามปกติเสร็จผมก็ขอให้นั่งรอโดยผมรู้ว่าอย่างไรเสียก็ไม่หนีหนึ่งชั่วโมง กว่าที่จะถึงคิว

ผมเห็นสุภาพบุรุษท่านนี้ดูนาฬิกาหลายครั้งอย่างกระสับกระส่าย ผมว่างอยู่พอดีจึงเข้าไปดูแผลให้ เมื่อตรวจดูก็เห็นเป็นปกติ ผมจึงเดินไปหารือกับหมอคนหนึ่งที่ให้บริการอยู่ เอายาและวัสดุมาทำแผลให้ ขณะที่ตัดไหมอยู่ผมก็ถามว่า มีนัดกับหมออีกคนหรือจึงดูรีบร้อน

สุภาพบุรุษท่านนี้ตอบว่าไม่หรอก แต่จำเป็นต้องรีบไปเนิร์ซซิ่งโฮมเพื่อกินอาหารเช้ากับภรรยา ผมก็ถามถึงสุขภาพของภรรยา ก็ตอบว่าภรรยาอยู่ที่นั่นมานานพอควรแล้ว และเธอเป็นโรค Alzheimer’s

ขณะที่คุยกันผมก็ลองถามดูว่าเธอจะรู้สึกกังวลเป็นทุกข์ไหมถ้าไปสายสักหน่อย สุภาพบุรุษท่านนี้ก็ตอบว่า เธอไม่รู้หรอกว่าผมเป็นใคร เธอจำผมไม่ได้มา 5 ปีแล้ว ผมรู้สึกแปลกใจจึงถามว่า ‘แล้วคุณก็ยังไปทุกเช้าถึงแม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่าคุณเป็นใครก็ตาม’

สุภาพบุรุษสูงอายุยิ้มและตบเบาๆ บนมือผมและพูดว่า ‘ถึงเธอไม่รู้จักผม แต่ผมยังรู้ว่าเธอเป็นใคร’ ผมต้องกลั้นน้ำตา ขณะที่เดินจากไป ขนบนแขนผมลุกชันและคิดว่า ‘นั่นคือความรักอย่างที่ผมต้องการที่สุดในชีวิต’

ความรักที่แท้จริงไม่ใช่เรื่องของกายภาพหรือโรแมนติก ความรักที่แท้จริงคือการยอมรับทุกสิ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ได้เป็นมาตลอด รวมทั้งที่จะเป็น และที่จะไม่เป็นด้วย

คนที่มีความสุขที่สุดไม่จำเป็นว่าจะต้องมีสิ่งดีที่สุดของทุกสิ่ง เขาเพียงทำสิ่งที่เขามีอยู่ให้ดีที่สุด

ผมขอบอกว่า …. ‘ชีวิตไม่ใช่เรื่องของการทำอย่างไรให้รอดจากพายุฝน แต่เป็นเรื่องของการจะเล่นน้ำฝนอย่างไร’

(Life is not about how to survive the storm, but how to dance in the rain)

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.