เกาะ โบราโบร่า
เกาะ “โบรา โบร่า” เป็นเกาะหนึ่งในหมู่เกาะตาฮิติเป็นทะเลที่สวยที่สุดในโลก ตาฮิติ เป็นหมู่เกาะในเขตแปซิฟิกใต้ ค้นพบครั้งแรกไร่เรี่ยกันระหว่างชาวอังกฤษ และฝรั่งเศส ซึ่งทั้งอังกฤษและฝรั่งเศสต่างก็พยายามช่วงชิงเข้าอยู่ในการปกครองของตัวเอง จนกระทั่งเกือบร้อยปีที่แล้วจึงได้ชื่อว่า French-Polynesia ตาฮิติ ขึ้นชื่อทางด้านทรัพยากรทางทะเลที่เอื่อเฟื้อให้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ด้าน การท่องเที่ยวตลอดมาจนได้ชื่อว่า “ราชินีแห่งหมู่เกาะทะเลใต้” ที่นี่ตั้งอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก(เห็นเค้าบอกว่า อยู่ระหว่าง California และ Australia) วิธีเดินทางสุดยากลำบากสำหรับคน ไทยเรา เพราะต้องขึ้นเครื่องไปอเมริกา หรือนิวซีแลนด์ก่อน หากขึ้นเครื่องที่อเมริกาจะขึ้นที่ LA หรือ NY ใช้เวลาเดิน ทางประมาณ 8 ชั่วโมง หากขึ้นเครื่องที่นิวซีแลนด์ ขึ้นเครื่องที่ ไครเชิร์ก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง การเดินทาง จากตาฮิติไป โบรา โบร่า ใช้เวลาในการเดินทางอีก 1 ชั่วโมง(ทางเครื่องบิน) ค่าใช้จ่าย.ในการเดินทางจากเมือง ไทยไปเท่าที่เช็คมา กรณี back pack ประมาณ 90,000- 100,000 บาท กรณีไปพัก water บังกาโล อาจต้องใช้ถึง 150,000-200,000 บาท สำหรับ 7-10 วัน ค่าใช้จ่าย.สูงกว่ามัลดีฟพอสมควรเลยทีเดียว หากเดินทาง จากอเมริกา ที่นั่นมีแพคเก็จราคาถูกรวมค่าเครื่องบิน ราคาตั้งแต่ 1,800-3,000 กว่าๆ US Dollar
ข้อมูล : Forward mail








Korea Shinee
เริ่มต้นเดินทางกันดีกว่าค่ะ เมื่อไปถึงสนามบินนานาชาติอินชอน หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว ก็นั่งรถต่อไปเพื่อเดินทางไปท่าเรือเฟอรรี่ข้ามฟากไปยังเกาะนามิค่ะ สถานที่โรแมนติก สถานที่ถ่ายทำละครเกาหลี Winter Love Song หรือ เพลงรักในสายลมหนาว
เวลาล่วงเลยมาถึงเที่ยง แวะพักลิ้มลองเมนูดังตามรอยละคร “ทัคคาลบี” หรือไก่บาร์บีผัดซอสบาร์บีคิวค่ะ


อิ่มท้องกันแล้วเดินทางกันต่อค่ะ ร่วมเรียนรู้วัฒนธรรมการทำกิมจังหรือร่วมการทำกิมจิ กิมจิจัดว่าเป็นเครื่องเคียงประจำโต๊ะ สำหรับอาหารเกาหลีทุกมื้อก็ว่าได้ คู่กับข้าวสวยร้อน ๆ กิมจิเป็นอาหารประเภทหมักดอง ที่มีคุณค่าทางอาหารสูงชนิดหนึ่ง มีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์สามารถนำไปเป็นของฝากคนทางบ้านได้ลิ้มลอง

หมดไปอีกหนึ่งวันค่ะ เตรียมตัวออกเดินทางกันใหม่ในวันรุ่งขึ้น
หลังจากทานมื้อเช้าเรียบร้อยก็ออกเดินทางสู่ป้อมฮวาซองเพื่อย้อนละครโบราณ เช่นแดจังกึม ลีซานค่ะ ณ ความฝันแห่งกษัตริย์ป้อมฮวาซอง (ป้อมดอกไม้) และกำแพงเมือง สร้างรายรอบตัวเมืองซูวอน ระยะทางยาวประมาณ 5,500 เมตร ประกอบด้วยเชิงเทิน 48 หลัง แต่บางส่วนถูกทำลายในสมัยสงครามเกาหลี ป้อมนี้ สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ซอนโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โซซอนเพื่อเป็นที่ระลึกแก่พระราชบิดา ซึ่งถูกใส่ร้ายจากราชสำนัก และถูกขังจนสิ้นพระชนม์ ปัจจุบันป้อมนี้ได้รับการสถาปนา โดย UNESCO ให้เป็นมรดกโลก พาท่านเยี่ยมชมวังฮวาซอง แฮกุง (วังรอง) ของกษัตริย์ซอนโจ เนื่องจากพระองค์เสด็จมาพำนัก 13 ครั้งต่อปี มีความสำคัญต่อปลายราชวงศ์ซซอนที่ใช้ในยามฉุกเฉิน สถานบรวงสรวง วิลล่าพักผ่อน การจัดงานสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการวางแผนรูปแบบการจัดสร้างเพื่อประโยชน์ทางการเมืองและทางทหาร และยังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่ทางเมืองซูวอนจัดในช่วงต่าง ๆ ของปี
หลังจากที่ได้ชื่นชมบรรยากาศแล้วก็เปลี่ยนแนวไปอย่างสิ้นเชิง อีกที่ที่ไม่ควรพลาดก็เดินทางไปเที่ยวสวนสนุกเอเวอร์แลนด์ สวนสนุกที่ถูกขนานนามว่า “ ดิสนีย์แลนด์เกาหลี ” สวนเปิดในหุบเขาที่มีชื่อเสียงมากที่สุดของประเทศ ภายใน Festival World จะประกอบไปด้วย Global Fair, American Adventure, Magic Land, European Adventure และ Equatorial Adventure การท่องเที่ยวภายในสวนสนุกแห่งนี้ แนะนำว่าควรขึ้นรถบัสท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ชมไลเกอร์แฝดคู่แรกของโลก ที่นี่ จะพบว่าเจ้าป่าสิงห์โตและเสือสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นสุข และชมความน่ารักของหมีที่สามารถสื่อสารกับคนขับได้อย่างดีไม่ว่าจะตัวใหญ่มากถึงใหญ่น้อย จากนั้นทดลองสนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิด เช่น รถไฟเหาะ T-Express

หนอนสะบัด ชาร์ป โรงหนังสามมิติ บ้านผีสิง หมุนตีลังกาสองตลบ เป็นต้น (พร้อมบัตร Special Pass) ในช่วงที่เดินทางไปนั้นเป็นช่วงเทศกาลแห่งความสุข อีกทั้งยังเป็นช่วงงานเทศกาลฮาโลวีนพอดี ทำบรรยากาศโดยรวมเป็นธีมฮาโลวีนไปทั้งสวนสนุก การแสดงต่างๆ ยามค่ำคืนแสนสวยร่วมกับขบวนอิเลกทริคพาเหรด น้ำพุแต้นระบำท่ามกลางแสงสีเสียง ทำให้สามารถพลาดกิจกรรมต่างได้เลยค่ะ
ติดตามต่อฉบับหน้านะค่ะ….ยังมีสถานที่ี่ที่หน้าสนใจอีกหลายๆ แห่งค่ะ
5 อันดับที่พักสุดโรแมนติค
อันดับหนึ่งในใจ
เลทส์ ซี อัลเฟรสโก้ รีสอร์ท หัวหิน ชะอำ (Let’s Sea Hua Hin Al Fresco Resort)
ที่พักสุดหรูโรแมนติก สงบเงียบกับชายหาดส่วนตัว วิวสวยมาก ห้องพักออกแบบได้คลาสสิก อาหารรสชาติเยี่ยม
สถานที่ตั้ง: เขาตะเกียบ หัวหิน ชะอำ
ราคาเริ่มต้น: 6,000 บาท
แหล่งข้อมูล: Let’s Sea Hua Hin Al Fresco Resort



อันดับสอง
โรงแรมอัสสราวิลล่า แอนด์ สวีท หัวหิน ชะอำ (Asara Villa & Suite)
ชายหาดส่วนตัว สระว่ายน้ำริมทะเล ห้องพักสุดเดิ้ล อาหารหลากหลาย บรรยากาศโรแมนติก
มากมายด้วยหลากหลายบริการ นวด, สนามกอล์ฟ, ห้องฟิตเนส, ซาวน่า, สปา ของโรงแรม
สถานที่ตั้ง: หัวหิน ชะอำ
ราคาเริ่มต้น: 8,500 บาท
แหล่งข้อมูล: Asara Villa & Suite


ศรีลันตา รีสอร์ท เกาะลันตา กระบี่ (The SriLanta)
พี่พักเรียบหรู มีเสน่ห์ โรแมนติก น่าหลงไหล ออกแบบได้ลงตัว ริมหาดคลองเนิน สงบและเงียบ
มีบริการนวด, ห้องอบไอน้ำ, สปา ผ่อนคลาย อาหารทะเลสดใหม่
สถานที่ตั้ง: หาดคลองโขง หาดคลองนิน เกาะลันตา กระบี่
ราคาเริ่มต้น: 5,000 บาท
แหล่งข้อมูล: The SriLanta


อันดับสี่
วีรันดา เชียงใหม่ – เดอะไฮท์ รีสอร์ท เชียงใหม่ (Veranda Chiang Mai The High Resort)
ที่พักท่ามกลางธรรมชาติขุนเขา สงบเงียบ สามารถมองเห็นวิวทุ่งนาและไร่ชา
สระว่ายน้ำสวยงามมาก อาหารจานเด็ดตำรับล้านนาและยุโรป
สถานที่ตั้ง: หางดง เชียงใหม่
ราคาเริ่มต้น: 5,900 บาท
แหล่งข้อมูล: Veranda Chiang Mai The High Resort


อันดับห้า
คีรีมายา กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา เขาใหญ่ (Kirimaya Golf Resort Spa)
เต็นท์สุดไฮเทค หรูมาก เหมือนได้นอนในป่าแต่เพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบาย
ที่รับประทานอาหารสุดโรแมนติก เพียบพร้อมบริการ กอล์ฟและสปา เหมาะสำหรับครอบครัว
สถานที่ตั้ง: ริมภูเขา เขาใหญ่
ราคาเริ่มต้น: 8,000 บาท
แหล่งข้อมูล: Kirimaya Golf Resort Spa


10 สุดยอดสถานที่โรแมนติกที่สุดในโลก….
10 อันดับสถานที่ ที่ถูกจัดว่า มีความโรแมนติกมากที่สุดในโลก ซึ่งน่าจะหาโอกาสพาคนรัก ไปเยี่ยมชม สักครั้งหนึ่งในชีวิต
อันดับที่ 1. Mauritius Island มหาสมุทรอินเดีย

สถานที่แห่งนี้ ได้รับการกล่าวขานว่า “ปลายทางสุดท้าย ที่โรแมนติกมากที่สุด” (Ultimate Romantic Destination) เกาะ Mauritius มีชื่อเสียงอย่างมาก ในหมู่คู่รักที่จะมาท่องเที่ยว หรือคู่รักที่จะมาฮันนีมูน ต้นปาล์มมากมาย ที่เคลื่อนที่พริ้วไหว ไปตามสายลม บรรยากาศที่สวยงามตามธรรมชาติ แนวหินปะการัง และท้องทะเลสีฟ้า เป็นส่วนหนึ่ง ในอีกหลายๆ สิ่ง ที่ทำให้สถานที่แห่งนี้ สวยงามจนยากที่จะลืมเลือน
อันดับที่ 2. Cairo ประเทศอียิปต์

เมือง Cario ก็ได้รับการกล่าวขานว่า เป็นสวรรค์บนโลกเช่นเดียวกัน (โดยเฉพาะสำหรับคู่รัก) ความงดงามและมนต์เสน่ห์ที่อยู่ในตัวเมือง คือแรงดึงดูด ให้คู่รักเดินทางมาใช้เวลาท่องเที่ยวที่นี่ด้วยกัน และปิรามิด ก็คือสิ่งที่พิเศษที่สุด ท่ามกลางความสยงามในตัวเมือง
อันดับที่ 3. New York ประเทศสหรัฐอเมริกา

เมือง New York เหมาะสำหรับคู่รัก ที่กำลังมองหาสถานที่ ที่จะใช้ช่วงเวลาแห่งความรัก และความโรแมนติกในหลากหลายรูปแบบ ร้านอาหาร และร้านค้าจำนวนมาก และสถานที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น สถานีรถไฟ Grand Central Terminal, อนุสาวรีย์เทพีสันติภาพ และสวนหย่อมขนาดใหญ่ Central Park (มีกิจกรรมคอนเสริ์ต, มีลานสเก็ตน้ำแข็ง)
อันดับที่ 4. Prague สาธารณรัฐเช็ก

อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ สำหรับสถานที่โรแมนติก ก็คือ เมือง Prague ของสาธารณรัฐเช็ก สถานที่แห่งนี้ขึ้นชื่อเรื่องอาหารอร่อย วัฒธรรม และปราสาทเก่าแก่ ผู้คนที่มีมิตรไมตรี และสุภาพอ่อนโยน เมือง Prague เป็นสถานที่เกิดของนักดนตรีระดับโลก อย่าง Mozart และมีชื่อเสียง ในเรื่องของทางเดินอันสวยงามในเมือง ที่คู่รัก สามารถใช้เวลาเดินเล่นด้วยกัน
อันดับที่ 5. Monte Carlo ประเทศโมนาโค

เมือง Monte Carlo ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่โรแมนติก ที่คุณจะได้สื่อความรัก ไปยังคนรักของคุณ เมืองนี้ตั้งอยู่ที่ตีนของเทือกเขาเอลป์ และเป็นสถานที่ ที่มีเรื่องราวของความรัก ก่อกำเนิดขึ้นมากมาย สิ่งที่น่าสนใจของเมือง Monte Carlo คือบ่อนคาสิโนเลื่องชื่อ (Monte Carlo Casino) พิพิทธภัณธ์ทางทะเล, พิพิทธภัณฑ์ประจำชาติ และพระราชวัง Prince
อันดับที่ 6. Vienna ประเทศออสเตรีย

เมือง Vienna ในประเทศออสเตรีย เป็นอีกสถานที่ ที่มีคู่รักจากทั่วทุกมุมของโลก แวะเวียนมาเยี่ยมชมความสวยงาม สิ่งที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้คือสุดยอดสถาปัตยกรรม และสุดยอดผลงานเพลง, ศิลปะ และพิพิทธภัณฑ์ศิลปะ ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก พระราชวัง Schoenbrunn,พระราชวัง Belvedere, พระราชวัง The Hofburg Imperial และพิพิทธภัณฑ์นักจิตวิทยาผู้โด่งดัง Sigmund Freud
อันดับที่ 7. Schloss Neuschwanstein ประเทศเยอรมันนี

สถานที่ ที่ผสมผสาน ความสวยงามตามธรรมชาติ เข้ากับจินตนาการ และความสร้างสรรค์ของมนุษย์ ได้อย่างลงตัว เมืองSchlossNeuschwanstein มีความสวยงาม ราวกับเป็นสวรรค์บนพื้นโลก รายล้อมไปด้วยทิวทัศน์อันสวยงามปราสาทเก่าแก่อายุ 100 กว่าปี (สร้างปี 1899) ซึ่งเยอรมัน ได้ถูกกล่าวขานว่า เป็นอีกประเทศหนึ่ง ที่มีปราสาทสวยงามที่สุดในยุโรป
อันดับที่ 8. Vanice ประเทศอิตาลี
หากคุณกำลังมองหาสถานที่ ที่จะเอ่ยกับคนรักว่า เขาหรือเธอ เป็นคนที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต Venice ก็คือ คำตอบสุดท้ายสำหรับคุณ! เมือง Venice
มีชื่อเสียงโด่งดังในด้าน สุดยอดสถาปัตยกรรม และยังมีหลายสถานที่โรแมนติก เช่น สะพานเก่าแก่ Ponte dei Sospiri, จตุรัส Piazza San Marco ที่ได้รับสมณานามว่า “ห้องจิตกรรมของยุโรป” (The – drawing room of Europe) และคลองในตัวเมือง “Canale Grande” ทั้งหมดนี้จะสร้างความโรแมนติก ระดับหรูหรา ให้กับคนรัก และตัวคุณ
อันดับที่ 9. Paris ประเทศฝรั่งเศส

เมืองปารีส มีสมญานามว่า “สวรรค์แห่งความโรแมนติก” (Heaven of Romantic) ดังที่ สถานที่แห่งนี้ เหมาะเป็นอย่างยิ่ง ที่คุณและคนรัก จะสารภาพ “รักนิรันด์” ระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจในเมืองปารีส อย่างเช่น พิพิทธภัณฑ์ Le Lovore (พิพิทธภัณฑ์ ที่มีผู้เข้าเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก) หอไอเฟล ,โรงแรม Disney Land Resort ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรป พิพิทธภัณฑ์ศิลปะ Centre Pompidou และสถานที่สวยงามอื่นๆ อีกมากมาย
การไปเที่ยวกับคนรักที่ปารีส หากจัดสรรเวลาให้ดี ก็จะคุ้มค่ามาก และสถานที่แห่งนี้ จะเก็บความโรแมนติกอยู่ในใจของคุณไปอีกนานแสนนาน
อันดับที่ 10. Colmar ประเทศฝรั่งเศส

เมือง Colmar ถูกจัดให้เป็นเมืองที่มีความโรแมนติก เมืองหนึ่ง ของประเทศฝรั่งเศส และเป็นสถานที่ ที่คู่รัก มักจะให้คำสัญญาในความรัก ระหว่างกันและกัน สิ่งที่น่าประทับใจในเมือง Colmar ก็คือ ไร่องุ่นจำนวนมาก เคียงคู่ไปกับอุตสาหกรรมการผลิตไวน์ชั้นเยี่ยม และบรรยากาศ ที่สวยงาม สถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนเก่าแก่ ช่วยทำให้เมือง Colmar เป็นอีกหนึ่งในสถานที่โรแมนติกในฝัน
ร้านครัวในบ้าน
ร้านครัวในบ้าน (Home Kitchen) ตั้งอยู่บนถนนหลังสวน ตรงข้ามถนนหลังสวนซอย 7 เยื้องธนาคารกสิกรไทย โทร. 0-2-253-1888, 0-2-254-9888

รายการอาหารแนะนำ
1. ยำสามทัพ (ทะเลสามอย่าง)
2. หมูอบชานอ้อยรมควัน
3. ปลาหมึกไข่นึ่งมะนาว
4. ทอดมันปลากราย (แท้)
5. ต้มแซบซี่โครงหมูอ่อน
6. ส้มตำปูไข่ดอง
7. ยำไก่ย่างมะเขือเทศ (ลูกค้าชาวต่างชาติจะนิยมมาก)
“ครัวในบ้าน” เป็นร้านอาหารสไตล์ชิลด์ชิลด์ใจกลางเมือง บรรยากาศดี เป็นกันเอง แอบคลาสิคเล็กๆ โรแมนติกหน่อยๆ ที่จอดรถสะดวกสบาย ในร้านสะอาด โล่งโปร่ง ไม่แออัด ที่สำคัญราคาไม่แพงอย่างที่คิด
AUSTRIA-Hallstatt…เมืองริมทะเลสาบ ที่สวยที่สุดในโลก
เมืองฮัลล์ทัทท์ เมืองที่ได้ชื่อว่าเมืองที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก สวยจนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ภาพของหมู่บ้านที่มีเทือกเขาเป็นองค์ประกอบอยู่ด้านหลังที่งดงามราวกับภาพวาด คือภาพที่ได้ถูกเผยแพร่มากที่สุดของประเทศออสเตรีย
มุมดังของ หนังเกาหลี
เมืองเล็กที่น่ารัก…..หวานจับใจ


แล้วเมือถึงฤดูหนาวละ…….ขอความอบอุ่นเพิ่มเติมอีกสักนิดได้ไหม

บ้านกลมกิ๊ก (ซู่โม่กิ๊ก เกียรติ กิจเจริญ)

Information
ที่ตั้ง :เลขที่ 25 ซอย ร่วมฤดี 1 ถนน เพลินจิต แขวง ลุมพินี เขต ปทุมวัน จังหวัด กรุงเทพฯ รหัสไปรษณีย์ 10330
เบอร์โทรศัพท์ :0-2254-4254
สถานที่จอดรถ :ทางร้านมีพนักงานบริการนำรถไปจอดที่คอนโด Chateau De Bangkok หากมาหลัง 18.00 น. สามารถจอดได้ที่บริเวณริมถนนหน้าร้านทั้งสองฝั่ง จอดได้ประมาณ 10 คัน
การเดินทาง :จากถนนสาทร แยกเข้าถนนวิทยุ มุ่งหน้าไปทางถนนเพลินจิต เลี้ยวเข้าซอยร่วมฤดี ตรงไปตามทางบังคับเลี้ยวผ่านโบสถ์วัดพระมหาไถ่ ซ้ายมือจะเห็นโรงแรมคอนราด เลี้ยวเข้าไปในซอยร่วมฤดี 1 ทางด้านขวามือ จะเห็นคอนโด Chateau De Bangkok (ชาโตว์เดอแบ็งคอก) อยู่บริเวณปากซอย ร้านบ้านกลมกิ๊ก ตั้งอยู่ทางด้านขวามือติดกับ Chateau De Bangkok
รายละเอียด
หลังจากเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009 ร้านอาหาร บ้านกลมกิ๊ก ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเกินคาด ทั้งแฟนรายการ กลมกิ๊ก และแฟนๆ ที่ติดตามผลงานของพิธีกรอารมณ์ดีอย่าง ซูโม่กิ๊ก ต่างแวะเวียนไปอุดหนุนที่ร้านอย่างไม่ขาดสาย โดยเฉพาะวันศุกร์-เสาร์ ที่ลูกค้าแน่นเป็นพิเศษ ร้านอาหารบ้านกลมกิ๊ก เป็นบ้านสองชั้นสีขาว เก้าอี้ไม้สีน้ำตาลเข้ม บรรยากาศดูอบอุ่น เหมือนไปรับประทานอาหารบ้านเพื่อน และมีมุม Open Air เล็กๆ ไว้ให้คุณนั่งรับประทานอาหารในบรรยากาศสบายๆ ร้านนี้นอกจากจะเน้นการตกแต่งแล้ว เมนูอาหารก็ให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแกงเขียวหวานหลากชนิด แต่ถ้าไปแล้วต้องสั่งก็คือ โรตีแกงเขียวหวานเนื้อเซอร์ลอย สำหรับคนไม่รับประทานเนื้อก็ไม่เป็นไร เพราะว่ายังมี แกงเขียวหวานไก่ ให้เลือกชิม รับรองอร่อยไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังมี แกงไตปลาขนมจีน อาหารใต้รสจัดจ้าน ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน ก็อร่อยนุ่มลิ้น อีกเมนูที่พลาดไม่ได้ ก็คือ กุ้งแม่น้ำเผา บอกได้เลยว่า กุ้งตัวใหญ่มากๆ เนื้อแน่นสุดๆ ถ้าอยากรู้ว่ารสชาติอาหารอร่อยแค่ไหน เชิญแวะไปที่บ้านกลมกิ๊ก พี่น้องครอบครัวกิจเจริญ รอต้อนรับทุกท่านอยู่ที่ ซอยร่วมฤดี 1 ถ้าไม่อยากรอนาน อย่าลืมโทรจองล่วงหน้านะคะ และต้องขอบคุณ คุณกุ้ง น้องสาวคุณกิ๊กที่ส่งมาให้โดยตรงค่ะ…
เมนูแนะนำ
โรตีแกงเขียวหวานเนื้อเซอร์ลอย,กุ้งแม่น้ำเผา,ฉู่ฉี่ปลาแซลมอน,ตับทอดกระเทียม,ยำผักบุ้งทอดกรอบ,ปลาหมึกแดดเดียว,ไข่เจียวคุณสุชา,เอ็นแก้วผัดกะเพรา,แกงไตปลา,ปลาสำลียำมะม่วง,ข้าวตังยายหนิด (หน้าตั้ง)
จำนวนโต๊ะ 20 – 40 โต๊ะ
ประเภทดนตรี ดีเจ/เปิดแผ่น
ยินดีรับบัตรเครดิต
วันเวลาเปิดทำการ
วันอาทิตย์ – พฤหัส: 11.30-14.30 น. และ 18.00-22.00 น.
วันศุกร์ – เสาร์ : 11.30-14.30 น. และ 18.00-23.00 น.
ที่มา EDTguide.com
ตลาดน้ำอัมพวา
การเดินทางจากกรุงเทพฯ ใช้ถนนพระราม 2 (ทางหลวงหมายเลข 35) เมื่อเดินทางมาถึงจังหวัดสมุทรสงคราม ใช้ทางหลวงหมายเลข 325 (สมุทรสงคราม-บางแพ) ถึงหลักกิโลเมตรที่ 32 เลยทางแยกเข้าวัดเกาะ แก้วไปเล็กน้อย จะมีทางแยกเข้าวัดเทพประสิทธิ์ (ถนนบางใหญ่-บางสะใภ้) ตรงเข้าไปประมาณ 5 กม. จากปากทางถึงตลาดน้ำ
ตลาดน้ำอัมพวาเขาเรียกว่าเป็น “ตลาดน้ำยามเย็น” ที่เริ่มติดตลาดเอาตอนบ่ายสี่โมงไปยันค่ำ ขับรถสบาย ๆ จากกรุงเทพไปชั่วโมงเศษก็ถึงแล้ว ที่นี่นอกจากจะมีอาหารสารพัดให้เลือกชิมแล้วยังมีบรรยากาศห้องแถวเรือนไม้สองฟากคลองของเก่าแก่ให้ได้ย้อนอดีตกลับไปชื่นชมกันด้วย
อาหารการกินแสนถูกเพียงจานละ 10 บาท 15 บาท ที่สำคัญแม่ค้าแม่ขายจะพายเรือมาจอดให้คุณเกาะตลิ่งสั่งขึ้นมาชิมกัน และความที่เป็นตลาดเย็นอย่างนี้ก็เลยมีกิจกรรมล่องเรือไปชมหิ่งห้อยตัวน้อยส่องแส่งวับแว่บกันอีกด้วย เก๋ไก๋ไม่เหมือนใครเลยทีเดียว แต่ถ้าสนใจจะไปเที่ยวกันอย่าลืมว่า ตลาดมีเฉพาะ ศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ เท่านั้น
ที่ตลาดน้ำอัมพวาเป็นตลาดเก่าแก่ เมื่อสัก 50-60 ปีก่อนที่นี่ถือเป็นตลาดนัดทางน้ำที่ใหญ่ที่สุดในสมุทรสงครามเลย แต่ก็เหมือนกันที่อื่น ๆ ก็คือพอถนนหนทางสะดวกมากขึ้น ตลาดการค้าก็ย้ายไปอยู่ริมถนนกันหมด แต่ชาวอัมพวายังคงอนุรักษ์รูปแบบการตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนไว้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ จนมาได้รับรางวัลชุมชนอนุรักษ์ดีเด่นประจำปี 2545 จากสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ไป เพราะงั้นก็น่าจะแวะมาชมบ้านเรือสองฝั่งคลองกันสักหน่อยด้วย
อยากได้บรรยากาศล่องเรือแจวแบบส่วนตัว เขาก็มีเรือพายนั่งได้ลำละ 2-3 คนจัดไว้ให้เหมือนกัน แต่เรือแบบนี้เนี่ยค่าเรือคนละ 30 บาท ปกติ 20 บ.
ช่วงหนึ่งทุ่มเป็นต้นไป จะมีบริการพาล่องเรือไปชมหิ่งห้อยกันอีกด้วย ค่าบริการคนละ 60 บาท ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สนใจก็ไปติดต่อกันได้ที่ท่าเรือเทศบาล แต่ถ้าจะชมหิ่งห้อยให้สวยเขาแนะนำให้ไปชมกันในคืนเดือนมืด ไม่ถึงกับต้องเป็นแรม 15 ค่ำ แต่เป็นคืนที่พระจันทร์ยังไม่ขึ้นช่วงหัวค่ำก็เป็นใช้ได้เหมือนกัน
ส่วนขากลับก็ใช้เส้นทางเดิมเหมือนขามา แต่อิ่มหนำสำราญกันอย่างนี้แล้ว ระหว่างทางอาจจะอยากแวะปั้มเข้าห้องน้ำ ก็แนะนำกันว่าพอออกจากเมืองสมุทรสงครามเลี้ยวเข้าถนนพระราม 2 (ธนบุรี-ปากท่อ) มานิดเดียว ก็จะมีปั้มเชลล์รอให้บริการอยู่เลย ปั้มต่อไปต้องเลยไปอีกประมาณ 10 นาทีจะเป็นปั้มบางจาก ส่วนปั้มเจ็ทยอดนิยมของหลายคนต้องขับรถไปราว 20 นาทีก็จะถึง ก็เลือกแวะเข้าเอาตามแต่ธรรมชาติจะเรียกร้องแล้วกัน
ที่มา: ข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต
